Latest Articles

Recent Posts

 10 อันดับ “ประเทศน่าเที่ยวที่สุดในโลก” ประจำปี 2015

โลนลี่ แพลนเน็ต เผย 10 อันดับ “ประเทศน่าเที่ยวที่สุดในโลก” ประจำปี 2015 ในจำนวนนี้มีบางประเทศที่กำลังจะฉลองครบรอบเหตุการณ์สำคัญ บางประเทศเริ่มเปล่งแสงเจิดจรัสหลังอยู่นอกสายตานักท่องเที่ยวมาช้านาน จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะเดินทางไปเยือนและสำรวจในปีหน้า มาดูกันว่า 10 อันดับ “ประเทศน่าเที่ยวที่สุดในโลก” ประจำปี 2015 จะมีประเทศใดบ้าง

1. สาธารณรัฐสิงคโปร์

ปี 2015 นับเป็นปีที่สำคัญของประเทศสิงคโปร์ เพราะจะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีหลังได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1965  (พ.ศ. 2508) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อาคารเก่าแก่ พื้นที่สีเขียว ศูนย์อาหารกลางแจ้ง (ฮ็อกเกอร์เซ็นเตอร์) และช็อปปิ้งมอลล์ คือสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เดินทางไปเยือนสิงคโปร์  แต่ปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งบันเทิงใหม่ๆ ในแถบมารีน่า เบย์ กำลังเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว ส่วนใครที่ชื่นชอบศิลปะห้ามพลาดชมผลงานต่างๆ ของศิลปินในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมทั้งศิลปินไทย) ที่ “เนชั่นแนล แกลเลอรี่” ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปีหน้า

2. สาธารณรัฐนามิเบีย
นามิเบีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังจะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี หลังได้รับเอกราชจากแอฟริกาใต้เมื่อวันที่  21 มีนาคม 1990 (พ.ศ. 2533) ที่น่าสนใจก็คือ ประเทศนี้มีความก้าวหน้าในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมและถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการบรรจุบทบัญญัติเกี่ยวกับการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นประเทศแรกในแถบแอฟริกา และมอบอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการปกป้องดูแล

3. สาธารณรัฐลิทัวเนีย
นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2015 เป็นต้นไป ลิทัวเนียจะเป็นสมาชิกใหม่ของอียู ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น ลิทัวเนีย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เก่าแก่ และแปลกตาให้เที่ยวชมหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งมรดกโลกอย่าง “โคโรเนียน สปิท” เนินทรายยาว 98 ก.ม. (กว้างตั้งแต่ 0.4 – 4 ก.ม.) ซึ่งคั่นกลางระหว่างโคโลเนียน ลากูน และชายฝั่งทะเลบอลติก ตลอดจน “เขตเมืองเก่าในวิลนีอุส” (เมืองหลวง) เป็นต้น

4. สาธารณรัฐนิการากัว
นิการากัว เป็นประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนประเทศนี้ก็คือ เมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล, ชายหาดที่สวยงามและเป็นสวรรค์ของนักโต้คลื่น (ทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนทิศตะวันออกติดทะเลแคริเบียน), การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ, การท่องเที่ยวแนวผจญภัย, ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลาย, แหล่งบันเทิงยามค่ำคืน, กาแฟรสชาติเยี่ยม, อาหารอันโอชะ (ในเมืองมานากัว) ที่สำคัญค่าใช้จ่ายไม่แพงมากนัก ถึงกระนั้น ที่นี่ก็ยังมีโรงแรม 5 ดาวและสปาสุดหรูไว้คอยรองรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก จนได้ชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในแบบหรูหรา

5. สาธารณรัฐไอร์แลนด์
แม้ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงแต่ไอร์แลนด์ก็เป็นดินแดนเปี่ยมเสน่ห์และเป็นประเทศเก่าแก่ (มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์เมื่อกว่า 8,000 ปีก่อนคริสตกาล)  นอกจากแหล่งมรดกโลก 3 แห่ง ปราสาทโบราณ และวิวทิวทัศน์ที่สวยตะลึงแล้ว ที่นี่ยังมีบ้านเก่าแก่ที่มุงหลังคาด้วยฟาง มีฝูงแกะตัวอ้วนเดินเพ่นพ่านบนถนน (และทุกหนทุกแห่ง) ในชนบท มีดนตรี การละเล่นเต้นรำ ตลอดจนวิสกี้ เบียร์ กาแฟ ฯลฯ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่ห้ามพลาดในปีหน้าก็คือ การเดินทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของประเทศไอร์แลนด์บนเส้นทาง “Wild Atlantic Way” อันเลื่องชื่อ

* “Wild Atlantic Way” เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ถูกกำหนดขึ้นอย่างมีแบบแผนตามแนวชายฝั่ง “ยาวที่สุดในโลก” รวมระยะทางจากเหนือจรดใต้ทั้งสิ้น  2,500 กิโลเมตร

โลนลี่ แพลนเน็ต เผย 10 อันดับ “ประเทศน่าเที่ยวที่สุดในโลก” ประจำปี 2015 ในจำนวนนี้มีบางประเทศที่กำลังจะฉลองครบรอบเหตุการณ์สำคัญ บางประเทศเริ่มเปล่งแสงเจิดจรัสหลังอยู่นอกสายตานักท่องเที่ยวมาช้านาน จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะเดินทางไปเยือนและสำรวจ มาดูกันว่า 10 อันดับ “ประเทศน่าเที่ยวที่สุดในโลก” ประจำปี 2015 จะมีประเทศใดบ้าง

6. สาธารณรัฐคองโก (คนละประเทศกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก)
สาธารณรัฐคองโกเป็นอดีตอาณานิคมของฝรั่งเศสในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกกลาง มีอาณาเขตจรดกาบอง แคเมอรูน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แองโกลา และอ่าวกินี หลังผ่านพ้นสงครามและเหตุการณ์ตึงเครียดมาอย่างโชกโชน ในที่สุดประเทศนี้ก็เริ่มมีความปลอดภัยและมีเสถียรภาพทางด้านการเมืองเสียที (แต่สหราชอาณาจักรไม่แนะนำให้พลเมืองของตนเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลทางตอนเหนือของเขตลีกัวลา ซึ่งอยู่ติดพรมแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ทั้งยังเตือนว่าหากไม่จำเป็นไม่ควรเดินทางไปยังเขตพูลของสาธารณรัฐคองโก)

สาธารณรัฐคองโกเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันปิโตรเลียม ไม้ซุง แร่และโลหะล้ำค่า ก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ มีความหนาแแน่นของประชากรค่อนข้างต่ำ พลเมืองส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ (70% ของประชากรอาศัยอยู่ในกรุงบราซซาวิลและเมืองปวงต์-นัวร์ หรือเมืองเล็กๆ ตามแนวเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อกับทั้ง 2 เมืองใหญ่) ขณะที่บริเวณป่าเขตร้อนอันกว้างใหญ่ไพศาลทางตอนเหนือไม่มีการตั้ง ถิ่นฐานของประชาชน  แม้ปัจจุบันจะยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนประเทศนี้น้อยมาก แต่ภาครัฐบาลก็ปะแป้งแต่งตัวรอโดยทำการฟื้นฟูอุทยานแห่งชาติ ตลอดจนขยับขยายและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับนักท่องเที่ยว

7. สาธารณรัฐเซอร์เบีย
เซอร์เบียเป็นประเทศในแถบยุโรปที่ค่าใช้จ่ายไม่แพงอย่างที่คิด ทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่ง แถมผู้คนที่นี่ยังเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวอีกด้วย ในช่วงฤดูร้อนนักท่องเที่ยวมักนิยมเดินทางไปเยือนเมืองเบลเกรด ซึ่งเป็นทั้งเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่สุดของเซอร์เบียเพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และอนุสรณ์สถานในย่านเมืองเก่า (มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในเมืองนี้ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และมีจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมัน 17 พระองค์เกิดบนดินแดนอันเป็นที่ตั้งของเมืองเบลเกรดในปัจจุบัน) ตลอดจนชื่นชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประกอบกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีม และออกตะลุยราตรีตามไนท์คลับที่มีอยู่ทั่วทั้งเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวชายฝั่งแม่น้ำซาวาและดานูบ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีดนตรีในหัวใจขอแนะนำให้เดินทางไปเยือนเมืองนอวีซาดในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เพราะที่นั่นจะมีการจัดเทศกาลดนตรี “Exit Festival” ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีประจำปีที่ใหญ่และดีที่สุดงานหนึ่งของของยุโรป ส่วนในช่วงฤดูหนาวจุดหมายปลายทางสุดฮอตฮิตของนักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ สกีรีสอร์ท รีสอร์ทบนภูเขา และสปารีสอร์ท

8. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์ ประกอบด้วยเกาะมากกว่า 7 พันเกาะ จึงเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำและผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเล โดยแหล่งท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อก็คือ “เกาะโบรากาย” ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกาะน่าเที่ยวที่สุดในโลก นอกจากหาดทรายสีขาวและแนวปะการังแล้ว เมืองหลวงของฟิลิปปินส์อย่างกรุงมะนิลายังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งให้เที่ยวชม ส่วนที่จังหวัดอิฟูเกาก็มี “นาขั้นบันไดบานาวี” ที่สวยงามและมีอายุยาวนานถึง 2 พันปี หรือถ้าอยากไปเยี่ยมชมเมืองเก่าก็ต้องมุ่งหน้าไปที่เมืองวีแกน ถ้าอยากเห็นทัศนียภาพแปลกๆ ก็ต้องไปชม “ช็อกโกแลต ฮิลล์ส” ที่จังหวัดโบโฮล ส่วนของดีในเมืองเซบูก็คือไม้กางเขนโบราณอายุเกือบ 500 ปี แต่ถ้าอยากไปเยือนแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติก็ต้องไปที่ “อุทยานแห่งชาติทางทะเลทับบาทาฮา” ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์กลางทะเลซูลูที่มีความอุดมสมบูรณ์และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดในโลก ฯลฯ

ในปี 2015 นี้ รัฐบาลของประเทศฟิลิปปินส์จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษและงานอีเวนท์เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวบนเกาะต่างๆ ซึ่งจะมีตั้งแต่งานปาร์ตี้  ขบวนพาเหรด เทศกาลอาหาร การจัดแข่งขันกีฬาต่างๆ ตลอดจนเทศกาลดนตรี เป็นต้น

9. ประเทศเซนต์ลูเซีย
เซนต์ลูเซีย เป็นประเทศเกาะ (เกาะภูเขาไฟ) ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลแคริบเบียน ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก มีลักษณะภูมิประเทศที่สวยงามโดดเด่นและมีความเป็นภูเขามากกว่าเกาะอื่นๆ ในแถบทะเลแคริบเบียน ถึงกระนั้นก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนไม่มากนัก ยกเว้นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือสำราญ

นอกจากการรับลมชมวิวบนชายหาดสีทองแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึกซึ่งฮอตฮิตที่สุด หรือจะเป็นการล่องเรือ เล่นวินเซิร์ฟ เล่น “ไคท์ บอร์ดดิ้ง” ส่องนก ตกปลา แอบดูอีกัวน่า ว่ายน้ำกับปลาโลมา ชมเต่าทะเลวางไข่บนชายหาด หรือเที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์ เป็นต้น ที่นี่ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปีนเขาและเดินสำรวจป่าดิบชื้นอีกด้วย แต่ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาดเมื่อเดินทางไปเยือนที่นี่ก็คือ การขับรถขึ้นไปชมปล่องภูเขาไฟ (กล่าวกันว่าเป็นภูเขาไฟแบบไดรฟ์-อินแห่งเดียวในโลก)

10. ราชอาณาจักรโมร็อกโก
โมร็อกโกเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ มีชายฝั่งทอดยาวบนมหาสมุทรแอตแลนติก ผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์เข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันออกจรดประเทศแอลจีเรีย ทิศใต้จรดเวสเทิร์นซาฮารา ทิศเหนือจรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับและเบอร์เบอร์

โมร็อกโกมีความแตกต่างจากประเทศส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นสภาพบ้านเมืองที่มีความทันสมัยกว่าและมีกลิ่นอายของความเป็นยุโรป (ในอดีตประเทศแถบยุโรปเคยเข้ามามีบทบาททางการเมืองการปกครอง) แถมประชากรส่วนใหญ่ยังเป็นชาวอาหรับและชาวเบอร์เบอร์อีกต่างหาก (ประชากรส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกาเป็นชนชาตินิกรอยหรือแอฟริกันนิโกร) ที่ผ่านมา โมร็อกโกให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวมาก และสถานที่ๆ ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวก็คือพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และการเที่ยวชมศิลปวัฒนธรรม แต่เมืองที่โลนลี่ แพลนเน็ตแนะนำให้เดินทางไปเยือนในปีนี้ก็คือ เมืองเฟส ซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงและหนึ่งในเมืองสมัยยุคกลางที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก
....................
ภาพและข้อมูลจาก : https://paow007.wordpress.com


ใครชอบเที่ยวทั่วโลกมาดูกัน ว่าประเทศใหนน่าเที่ยวที่สุดของโลก

By: Video Daily -
Emergency Shut Off Valve  ( วาล์วปิดฉุกเฉิน )มีไว้เพื่อหยุดการจ่ายก๊าซในกรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยต้องปิดวาล์วนี้เป็นอันดับแรก

 ฉุกเฉินวาล์วปิดมีประสิทธิภาพทางเทคนิคที่ดีเยี่ยมการสูญเสียต่ำภาระและความน่าเชื่อถือสูง สำหรับก๊าซก๊าซธรรมชาติและก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซอื่น ๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการจัดหาระบบเครือข่ายท่อก๊าซในโรงงานความร้อนหม้อน้ำห้องพักสิ่งอำนวยความสะดวกความปลอดภัยก๊าซและบ้านที่อยู่อาศัย แก๊สฉุกเฉินวาล์วปิดเป็นปกติขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าวาล์วเปิดชีพจรไกมีอุบัติเหตุและล็อคตัวเองได้ฟังก์ชั่นการตั้งค่าการใช้งาน

  หัวปรับความดันแบ่งเป็น 2 ระบบ คือ
ระบบปรับความดันชั้นเดียว ( Single stage  recgulator system) เป็นระบบที่เหมาะสำหรับการส่งไอก๊าซจากถังไปยังหัวเตาในระยะใกล้ๆ โดยจะปรับความดันของก๊าซลงมาเหลือที่ความดันใช้งาน
ระบบปรับความดันสองชั้น ( Two stage  recgulator system) เป็นระบบใช้หัวปรับ 2 ตัว ในการปรับความดัน โดยชั้นที่ 1 จะปรับความดันที่ถังลงมาเป็นความดันระดับปานกลาง และชั้นที่ 2 จะปรับความดันลงมาเป็นความดันใช้งานที่หัวเตา ระบบนี้เหมาะสำหรับการส่งก๊าซี่มีระยะไกล.

โดย : www.khaoron.com

วาล์วปิดฉุกเฉินคีออะไร มีไว้เพี่ออะไร?

By: Video Daily -
ญาติของผู้โดยสารและลูกเรือ MH370 ถือพิธีรำลึกหนึ่งปีจากการสูญเสีย จาก: BBC NEWS
นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นาจิบราซัคได้กล่าวว่า ประเทศของท่านยังคงมุ่งมั่นในการค้นหาเที่ยวบิน MH370  ในวันครบรอบแรกของการหายตัวไปนั้น.

ญาติของผู้โดยสารที่หายไป 239 และลูกเรือกำลังถือชุดของพิธีรำลึก สายการบินมาเลเซียกำลังบินจากกัวลาลัมเปอร์ไปยังกรุงปักกิ่งเมื่อมันหายไป ไม่มีร่องรอยพบเห็น ในขณะที่รัฐบาลมาเลเซียได้ออกรายงานระหว่างกาลเข้าสู่การหายตัวไปของ MH370 เที่ยวบิน

หัวหน้าโจนาธานของบีบีซีกล่าวว่ารายงานประกอบด้วยฝูงของข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับเครื่องบินที่หายไปบันทึกการบำรุงรักษา, พื้นหลังของลูกเรือและการควบคุมการจราจรทางอากาศที่แตกต่างกันและมีการบันทึกติดตามเรดาร์ทางทหารของเครื่องบิน

อย่างไรก็ดีเขากล่าวเสริมว่ามันดูเหมือนจะไม่ให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญซึ่งอาจอธิบายที่เครื่องบินไปหรือสิ่งที่เกิดขึ้นไป

ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ครอบครัวของ MH370 ลูกเรือจัดพิธีรำลึกที่บ้านเที่ยวบินบังคับบัญชาแพทริคโกเมซที่หายไป "เรามักจะคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นเองคุณรู้ว่าการสนทนาที่เรามีน้ำตากอดที่เราได้ให้แต่ละอื่น ๆ " ภรรยาของเขากล่าวว่ากอนซาเล Jacquita

เจนนิเฟอร์ปากของบีบีซีในกรุงกัวลาลัมเปอร์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับการเรียกเก็บเงินเป็นพิธีที่ระลึกเพราะหลายสมาชิกในครอบครัวยังคงเชื่อว่าคนที่รักของพวกเขายังมีชีวิตอยู่.
.....................
ทีมา: BBC News

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย : เที่ยวบิน MH370 มาเลเซียมุ่งมั่นที่จะค้นหา

By: Video Daily -
ไม่นานมานี้ ประเทศเล็กๆ อันเงียบสงบอย่าง “ภูฏาน” ในอาณาจักรหิมาลัย ดินแดนแห่งพุทธศาสนาที่คงความเป็นเอกลักษณ์พิเศษนี้มีเสน่ห์มากมายที่น่าค้น หา กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายคนทั้งคนไทยเอง และชาวต่างชาติประเทศอื่นๆ มากมาย วันนี้เราจะพาไปดูข้อควรรู้ต่างๆ สำหรับคนที่อยากไปสัมผัสภูฏาน จะได้เตรียมตัวกันก่อนว่า ควรทำตัวอะไร ต้องเตรียมอะไรไปบ้างค่ะ


 รู้จักภูฏาน

ชื่ออย่างเป็นทางการของประเทศภูฎาน คือ ราชอาณาจักรภูฏาน (Kingdom of Bhutan) ส่วนประเทศภูฏานนั้นมีสมญาว่า “ดินแดนของมังกรสายฟ้า” (Druk Tsendhen) หรือ "Land of the Thunder Dragon" เนื่องจากชื่อภูฏานในภาษาถิ่นคือ Druk Yul (ออกเสียงว่า ดรุก-อือ) แปลว่า “ดินแดนของมังกร” นั่นเองค่ะ  เสน่ห์ของภูฏานนั้นคือ ความเป็นเมืองพุทธศาสนาบนเทือกเขาหิมาลัย ที่มีธรรมชาติสวยงามบริสุทธิ์  และมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่มากนักที่เดินทางไปภูฏานได้ เนื่องจากที่ตั้งของประเทศยากแก่การเข้าถึง และนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในประเทศของตนมากเกินไป จึงจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าภูฏานเอาไว้ไม่ให้เกินประมาณปีละ 20,000 คนค่ะ



การเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวภูฏาน

เส้นทางท่องเที่ยวของภูฏานมักจะเป็นเขาสูง เพราะฉะนั้นอาจทำให้เกิด “โรคแพ้ความกดดันอากาศในที่สูง” ได้ค่ะ ความสูงโดยเฉลี่ยในเส้นทางท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 2,300 เมตร แต่ถ้าเป็นเส้นทางเดินเท้าท่องชมธรรมชาติอาจจะสูงได้ถึง 5,400 เมตรเลยทีเดียว การเมาความสูงจึงอาจเป็นปัญหารุนแรงสำหรับนักท่องเที่ยวบางคนค่ะ ถ้าเริ่มมีอาการปวดศีรษะ ไอ คลื่นไส้ เบื่ออาหาร มีปัญหาปัสสาวะติดขัด ให้ลงมายังบริเวณที่ต่ำทันที และการเมาความสูงอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้จึงต้องระมัดระวังให้มาก แต่มัคคุเทศก์นำทางนักท่องเที่ยวก็ได้รับการฝึกอบรมทางด้านนี้มาเป็นอย่างดีไม่ต้องกังวลมากค่ะ

วิธีแก้ไขในเบื้องต้นก็คือ เวลาขึ้นสู่ที่สูงร่างกายจะเกิดภาวะสูญเสียน้ำ ควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ ถ้าเป็นโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงก็ต้องไปปรึกษาแพทย์ให้เรียบร้อยก่อนเดินทางมายังภูฏาน ส่วนอาการนอนไม่หลับเนื่องมาจากการขึ้นมาอยู่บนที่สูงนั้น สามารถใช้ยานอนหลับอ่อนๆ ช่วยได้ และไม่ควรแตะต้องเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ค่ะ


ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินทางสู่ภูฏาน

ฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาที่นักเดินทางนิยมเดินทางมาภูฏาน ช่วงปลายเดือนเมษายน-พฤษภาคมเป็นช่วงที่ดอกไม้บานอีกด้วยค่ะ

มีนาคม – พฤษภาคม :

- Gomkora (เทศกาลใน Trashigang)

- ดอก Jakaranda บาน ณ Punakha Dzong กลางเดือนพฤษภาคม

- Jomolhari Trek & Drukpath Trek กลางเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤษภาคม

- เทศกาล Paro Tshechu จะจัดขึ้นช่วงต้นเดือนเมษายน นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้พบเจอกับกษัตริย์ภูฏาน เพราะท่านจะมางานเทศกาลบ่อยครั้ง

- งานเทศกาล Paro Tshechu 5 วันนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก โรงแรมหลายแห่งจะจองเต็มล่วงหน้าและตั๋วเครื่องบินส่วนใหญ่จะจองเต็มตั้งแต่เดือนมกราคม

ฤดูร้อน

ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมที่สูง และอากาศที่หนาวเย็นของฤดูหนาว สามารถเดินทางมายังภูฏานช่วงต้นเดือนมิถุนายน และถ้าโชคดี ลมมรสุมมาช้ากว่าที่เคย ตลอดเดือนมิถุนายนจะเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับการท่องเที่ยวค่ะ ลมมรสุมจะอยู่ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน มักจะพบว่าฝนจะตกไม่บ่อย ประมาณทุก 2-3 วัน แต่สำหรับพื้นที่เขตนอกเมือง เช่น เมืองกังเตย์ (Gangtey) ท้องถนนอาจเต็มไปด้วยโคลน ในฤดูร้อนบรรยากาศจะดีมีป่าเขียวขจี และนาข้าวที่พลิ้วไหว พร้อมด้วยฉากหลังของท้องฟ้าสีสันสดใสหลังฝนตก

มิถุนายน – สิงหาคม :

- เทศกาลนิมาลุงเซชู (Nimalung Tshechu) ในเดือนมิถุนายน

- เคอร์จีเซชู (Kurjey Tshechu) ในช่วงท้ายของเดือนมิถุนายนจะทำการฉลองสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของ กูรู รินโปเช ทุกสถานที่

ฤดูใบไม้ร่วง

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นอีกหนึ่งฤดูที่ได้รับความนิยมค่ะ และเป็นฤดูของภูฏานที่มีผู้คนคับคั่ง แม้ว่าภูฏานไม่ได้มีป่าสีน้ำตาลหรือต้นเมเปิ้ล แต่สภาพอากาศที่อบอุ่นในฤดูใบไม้ร่วงทำให้เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยว และเทศกาลทิมพูมักจะจัดขึ้นในปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมอีกด้วย

กันยายน-พฤศจิกายน :

- เทศกาลนกกระเรียนคอดำ (Black-Necked Crane Festival) เข้าพักกับชาวบ้านในท้องถิ่นที่หุบเขาผอบจิกะ (Phobjikha) อันสวยงาม และสัมผัสกับเทศกาลนกกระเรียนคอดำ จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาธรรมชาติเอาไว้

- เดือนตุลาคมตุลาคม เป็นช่วงที่บรรยากาศของหุบเขาที่กลายเป็นสีทอง บ่งบอกว่าชาวนากำลังเตรียมพร้อมการเก็บเกี่ยวข้าว

- ช่วงท้ายของเดือนกันยายน งานเทศกาลทิมพูเป็นงานใหญ่ในเมืองหลวงที่ทันสมัยของภูฏาน เช่นเดียวกับงานเทศกาลพาโร งานเทศกาลทิมพูจัดขึ้นเวลาเดียวกับเทศกาลระบำหน้ากาก (Wangdi tshechu) เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เข้าชมพร้อมกัน 2 งาน ระมัดระวังในการท่องเที่ยวเนื่องจากช่วงนี้จะมีผู้คนเยอะมากค่ะ

- เทศกาล Jambay Lhakhang Drup และ Prakar Tshechu เมืองจาการ์  นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับ สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย งาน Jambay เป็นงานรอบกองไฟของเต้นสวมหน้ากาก 20 คน และนักเต้นเปลือยกาย

ฤดูหนาว

ใครที่อยากหลีกเลี่ยงความหนาแน่น และสามารถมองเห็นนกกระเรียนคอดำ ฤดูหนาวเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดค่ะ จะได้สัมผัสกับท้องฟ้าสีครามของเทือกเขาหิมาลัยโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม การท่องเที่ยวที่ภูฏานในช่วงเดือนธันวาคม อุณหภูมิจะไม่หนาวจนเกินไปเหมือนกับอุณหภูมิต่ำสุดที่เกิดขึ้นตอนสิ้นเดือนมกราคม ในเดือนมกราคมหรือเดือนกุมภาพันธ์ เมืองพาโรและเมืองทิมพูอาจประสบกับหิมะตก 1 วัน

ธันวาคม-กุมภาพันธ์ : 

- พูนาคา ดรอมเช (Punakha Dromche) และเซชู (Tshechu) ในเดือนกุมภาพันธ์

เทศกาลพูนาคา ดรอมเชและเซชู เป็นการเฉลิมฉลองนานนับสัปดาห์ของการก่อตั้งภูฏานในปี 1600 การเฉลิมฉลองจัดขึ้นรอบสถานที่โบราณ และซองที่สวยที่สุดในภูฏาน สภาพอากาศที่อบอุ่นของพูนาคาตอนล่างยังทำให้เมืองนี้เป็นสถานที่หลบหน้าหนาวสำหรับชาวภูฏานอีกด้วย

- เทศกาลตองซา (Trongsa Tshechu)

เทศกาลตองซาจัดขึ้นที่ซองตองซา เป็นการจัดงานขนาดเล็ก มีนักท่องเที่ยวร่วมงานไม่มากค่ะ เทศกาลนี้มีการแต่งกายประจำถิ่นที่ประณีตมากที่สุดสำหรับการเต้นลามะ น่าสนใจทีเดียว


ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Wikipedia, www.tripdeedee.com,
www.oceansmile.com, www.drukasia.co.th
.............................
ทีมา : http://travel.truelife.com/detail/3292218


อยากรู้กันใหม??? ข้อควรรู้ เตรียมตัวก่อนเที่ยวภูฏาน เทศกาลต่างๆ ช่วงเวลาที่เหมาะในการไป

By: Video Daily -
ความหมาย หม้อไอน้ำ  (BOILER)

เครื่องกำเนิดไอน้ำชนิดภาชนะปิดทำด้วยเหล็กกล้าหรือวัสดุอื่นๆ  ที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน ซึ่งได้รับการออกแบบและสร้างอย่างแข็งแรง ถูกหลักวิศวกรรม  ภายในบรรจุน้ำส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งสำหรับเก็บไอน้ำ

ประเภทของหม้อไอน้ำ
1.  หม้อไอน้ำแบบท่อไฟหรือหลอดไฟ  (Fire Tube  Boiler)
หม้อไอน้ำแบบนี้ภายในท่อจะมีความร้อนหรือเปลวไฟวิ่งอยู่  ส่วนน้ำจะอยู่ภายนอกท่อ  เป็นหม้อไอน้ำที่พบว่ามีใช้อย่างกว้างขวางในโรงงานอุตสาหกรรม  เช่น  หม้อไอน้ำสำเร็จรูป  หม้อไอน้ำรถไฟและ หม้อไอน้ำเรือ  เป็นต้น

แสดงรูป...  หม้อไอน้ำแบบท่อไฟหรือหลอดไฟ
2.  หม้อไอน้ำแบบท่อน้ำหรือหลอดน้ำ  (Water  Tube) หม้อไอน้ำแบบนี้ภายในท่อจะมีน้ำวิ่งอยู่  ส่วนภายนอกจะมี ความร้อนหรือเปลวไฟล้อมรอบ เช่น หม้อไอน้ำท่อน้ำขวาง  และหม้อไอน้ำท่อน้ำงอบางส่วน  เป็นต้น

หม้อไอน้ำหลอดน้ำตัวแรก เป็นแบบท่อตรง ดังในรูปใช้ท่อตรงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 นิ้ววางเรียงเยื้องสลับกัน 7-8 นิ้ว ต่อเข้ากับท่อร่วมแนวดิ่ง (vertical header) สองตัว ตัวหนึ่งเรียก downcomer หรือ downtake ทำหน้าที่จ่ายน้ำเกือบ ๆ อิ่มตัวให้แก่ท่อ ท่อร่วมตัวที่สองเรียกว่า riser หรือ uptake ทำหน้าที่รับน้ำผสมไอน้ำกลับขึ้นสู่ดรัม (drum) ข้างบน โดยที่น้ำสามารถไหลหมุนเวียนได้เองตามธรรมชาติ

3.  หม้อไอน้ำที่สร้างขึ้นมาพิเศษ
หม้อไอน้ำแบบนี้การออกแบบไม่สามารถจัดให้เข้ากับ  2  ชนิดแรกได้  ได้แก่  หม้อไอน้ำไฟฟ้า  โครงสร้างภายนอกจะเหมือนกับหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ  หรือหม้อไอน้ำแบบท่อไฟ  แต่โครงสร้างภายในไม่มีท่อน้ำหรือท่อไฟสำหรับถ่ายเทความร้อนให้กับน้ำ  แต่ใช้ฮีทเตอร์เป็นตัวถ่ายความร้อนแทน  ข้อดีของหม้อไอน้ำไฟฟ้าคือไม่มีปัญหามลภาวะ

ข้อดี  ข้อเสียของหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ  เมื่อเปรียบเทียบกับหม้อไอน้ำแบบท่อไฟ

ข้อดี
1. ออกแบบให้สามารถใช้งานที่ความดันสูงกว่า
2. ออกแบบให้มีขนาดใหญ่ อัตราการผลิตไอสูงกว่า
3. มีความปลอดภัยในการใช้งานมากกว่า
4. ผลิตไอน้ำได้รวดเร็วกว่า
5. สามารถตรวจสอบสภาพภายนอกของท่อได้ง่าย

ข้อเสีย
1. มีราคาแพงกว่า
2. คุณภาพของน้ำต้องดี
3. ทำความสะอาดภายในท่อได้ยากกว่า ถ้าใช้ไอน้ำไม่คงที่

ส่วนประกอบของหม้อไอน้ำ
 - เครื่องวัดระดับน้ำ  (Water  Level  Gauge)
 - เกจวัดความดันไอน้ำ  (Pressure  Gage)
 - ลิ้นหรือวาล์ว  (Valve)
 - เครื่องสูบน้ำหรือปั๊มน้ำ  (Feed  Water  Pump)
 - หัวฉีดน้ำมัน  (Burner)

สาเหตุการระเบิดของหม้อไอน้ำ

- ความบกพร่องในการออกแบบ  การสร้าง  การติดตั้งและการซ่อมแซมหม้อไอน้ำวัตถุที่นำมาใช้สร้างไม่เหมาะสม
- ใช้อุปกรณ์ต่างๆ  ที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามความดันและอุณหภูมิ
 - ผู้ควบคุมหม้อไอน้ำมีความรู้ในการปฏิบัติงานควบคุมหม้อไอน้ำด้วย  ความปลอดภัยไม่เพียงพอ
 - ขาดการวางแผนตรวจสอบและบำรุงรักษา  โครงสร้าง  ส่วนประกอบและ อุปกรณ์ความปลอดภัย
 - น้ำที่ใช้หรับหม้อไอน้ำมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม
 - ใช้งานหม้อไอน้ำที่ความดันสูงกว่าวิศวกรรมรับรองความปลอดภัยกำหนดไว้ หรือมีการปรับตั้งลิ้นนิรภัยให้ระบายไอน้ำสูงเกินไป
  -หม้อไอน้ำไม่ได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยการใช้งานประจำปีจากวิศวกร

การป้องกันอุบัติเหตุจากหม้อไอน้ำ
1.  การเลือกซื้อหม้อไอน้ำ
2.  บริเวณที่ติดตั้งหม้อไอน้ำ
3.  การใช้งาน  การตรวจสอบ  และการบำรุงรักษาหม้อไอน้ำ
4.  การตรวจสอบความปลอดภัยหม้อไอน้ำประจำปี

www.khaoron.com ขอขอบคุณทุกท่านที่มาชมข้อมูลของเรา
...................
เรียบเรียงโดย www.khaoron.com


หม้อไอน้ำ และการป้องกัน

By: Video Daily -
 About us (เกี่ยวกับเรา)

We try allthe best to privide general news around the world is especially in Thailand for reaching to understand world that always get updatng, we have decided to make translation of popular international news into Thai.

We will try all our best to post latest news and make sure it important for readers for the Thai around the world.

If you have any questions,any request, or any information please feel free to contact us as below:

lokrusim@gmail.com
.................
Thank you for visiting my website!
Best Regards,
www.khaoron.com

เกี่ยวกับเรา (About Us)

By: Video Daily -
Contacting us

Dear Visitors! If you have any questions, or for more information please feel free to contact us:

Address: 65/61 Moo 4 Chimplee,
Talingchan,Bangkok Thailand 10170

Phone: +66 088-186-9105
E-mail: lokrusim@gmail.com
Facebook Page: https://www.facebook.com/khaoron

ติดต่อเรา ( Contacting us)

By: Video Daily -